สรุปสั้นๆ — Sertraline 50 mg

  • ใช้รักษาโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวลต่างๆ และโรคย้ำคิดย้ำทำ
  • เป็นยาที่ต้องกินต่อเนื่องประมาณ 1-2 อาทิตย์ อาการถึงจะเริ่มดีขึ้น
  • กินยาวันละ 1 ครั้ง ทุกวันเวลาใกล้เคียงกัน
  • สามารถกินตอนเช้าหรือก่อนนอนก็ได้ (ในบางคนอาจพบอาการนอนไม่หลับสามารถเลือกกินตอนเช้าได้)
  • ผลข้างเคียงที่พบบ่อย คือ คลื่นไส้ ปวดหัว ท้องเสีย
  • ยานี้ควรกินภายใต้การดูแลของแพทย์ ไม่ควรซื้อกินเอง

กินยังไง? 💊

Sertraline 50 mg

ขนาดเริ่มต้น (ปรับเพิ่มได้ตามความเห็นของแพทย์)

  • ขนาดเริ่มต้น: กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 1 ครั้ง
  • สามารถกินตอนเช้า หรือก่อนนอนก็ได้ แต่ให้กินเวลาเดิมทุกๆ วัน
  • กินยาหลังอาหารหรือไม่หลังอาหารก็ได้
  • หลังจากเริ่มยาไปแล้วคอยสังเกตตัวเอง ในบางคนอาจพบอาการนอนไม่หลับสามารถเลือกกินตอนเช้าได้

🧑‍⚕️ ปรึกษาแพทย์/เภสัชก่อนใช้ยา


คำแนะนำในการใช้ยา Sertraline

# พยายามกินยาต่อเนื่องทุกวัน

  • หลังจากเริ่มกินยาใช้เวลาประมาณ 1-2 อาทิตย์อาการถึงจะเริ่มดีขึ้น
  • เนื่องจากยานี้ต้องใช้เวลานานกว่าจะออกฤทธิ์ อาจนานถึง 2-4 อาทิตย์หลังจากกิน ทำให้อาจรู้สึกว่ายาไม่ได้ผลและหยุดกินไปก่อน แต่จริงๆ แล้วยาจะเริ่มเห็นผลหลังจากกินไปสักระยะ ไม่ได้ออกฤทธิ์เร็วเหมือนยาแก้ปวด
  • ยาได้ผลเต็มที่หลังจากกินไปประมาณ 8-12 อาทิตย์

# แพทย์อาจให้ยาช่วยนอนหลับมากินด้วยในช่วงแรกๆ

  • เนื่องจากยานี้กว่าจะออกฤทธิ์ใช้เวลาค่อนข้างนานและอาจเจอผลข้างเคียงก่อนที่ยาจะได้ผล หากใครที่มีอาการนอนไม่หลับร่วมด้วย แพทย์อาจให้ยาช่วยนอนหลับมากินด้วยในช่วงแรกๆ แต่หลังจากที่อาการดีขึ้นแล้วจะค่อยๆ เอายานอนหลับออกเหลือแค่ยานี้

# ช่วงแรกอาจเจอผลข้างเคียง

  • ช่วงแรกๆ ส่วนใหญ่มักเจอผลข้างเคียงทางสมองหรือทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ ท้องเสีย ปวดหัว ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยถึง 9% เลิกกินยานี้ไปก่อน แต่ส่วนใหญ่จะเจอผลข้างเคียงที่ไม่ได้รุนแรง และหายได้เองหลังจากกินยาไปสักระยะ แต่ถ้าทนไม่ได้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับเปลี่ยนยา

# ไม่ควรหยุดยาเองทันที

  • การหยุดยานี้ทันทีทำให้เกิดอาการถอนยาได้ ควรค่อยๆ ลดลงไม่ควรหยุดกินทันที
  • อาการเมื่อหยุดยาทันที เช่น รู้สึกเหมือนมีไฟฟ้าช็อตที่หัว วิตกกังวล คลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว คล้ายๆ กับว่าอาการกลับมากำเริบอีกครั้ง แต่จริงๆ เกิดจากหยุดยาเร็วเกินไป ถ้าค่อยๆ ลดยาลงจะช่วยได้

ผลข้างเคียง

พบบ่อย (มักหายได้เอง):

  • คลื่นไส้ (24%)
  • ปวดหัว (19%)
  • ท้องเสีย (14%)
  • เวียนหัว
  • เหงื่อออก

ควรหยุดยา/พบแพทย์ทันที หากพบอาการเหล่านี้:

  • ผื่น หายใจลำบาก บวมหน้า/ปาก/คอ (อาการแพ้)

ใครควรระวัง/ไม่ควรใช้

ห้ามใช้ในกรณี:

  • เคยแพ้ยานี้
  • ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร (ควรปรึกษาแพทย์)

⚠️ ระวังการใช้ร่วมกับยาอื่น

ยานี้หากกินร่วมกับยาบางตัวอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงมากขึ้นได้ เช่น

  • ยาในกลุ่มยารักษาซึมเศร้าอื่นๆ
  • ยาแก้ไอ เช่น Dextromethorphan
  • ยาแก้ปวด เช่น Tramadol
  • สมุนไพร เช่น St. John’s Wort (เซนต์จอห์นเวิร์ต) และอีกหลายตัว ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยานี้หากมียาประจำตัวอยู่แล้ว

ใช้รักษาอะไร?

ข้อบ่งใช้ (Indications) หลักที่ได้รับการรับรองสำหรับการรักษาด้วยยา Sertraline มีดังนี้:

  • Major Depressive Disorder (MDD): โรคซึมเศร้า
  • Obsessive-Compulsive Disorder (OCD): โรคย้ำคิดย้ำทำ
  • Panic Disorder (PD): โรคแพนิค
  • Post-Traumatic Stress Disorder (PTSD): โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ
  • Social Anxiety Disorder (SAD): โรควิตกกังวลทางสังคม หรือ Social Phobia
  • Premenstrual Dysphoric Disorder (PMDD): ภาวะอารมณ์ผิดปกติก่อนมีประจำเดือนอย่างรุนแรง

# คำถามที่พบบ่อย

ยา Sertraline 50 mg มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
  • ที่พบบ่อยคือ คลื่นไส้ ปวดหัว ท้องเสีย มักไม่รุนแรงและหายได้เองเมื่อใช้ยาไปสักระยะ
ยา Sertraline 50 mg ช่วยอะไร
  • ใช้รักษาโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวลต่างๆ และโรคย้ำคิดย้ำทำ
ยา Sertraline 50 mg ซื้อที่ไหน
  • หาซื้อได้ตามร้านยา แต่อาจต้องเป็นร้านยาที่ขนาดใหญ่หน่อย ร้านยาเล็กๆ มักไม่ค่อยมีขาย แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
ยา Sertraline 50 mg กินตอนไหนดี
  • สามารถกินตอนเช้า หรือ ก่อนนอนก็ได้และแต่สะดวก แต่ให้กินเวลาเดิมทุกๆ วัน ช่วงแรกๆ อาจสังเกตอาการหลังจากกินถ้ารู้สึกว่าทำให้หลับยากขึ้นควรเลื่อนมากินตอนเช้า
ยา Sertraline 50 mg กินวันละ 2 ครั้งได้ไหม
  • ยานี้ออกฤทธิ์นานมาก คือ กินเม็ดเดียวก็ออกฤทธิ์เกิน 1 วันแล้ว จึงกินแค่วันละครั้งก็เพียงพอแล้ว การเพิ่มขนาดยามักให้กินเพิ่มในเวลาเดิมมากกว่า เพราะสะดวกในการกินด้วย
ลืมกินยา Sertraline 50 mg ทำยังไง
  • ถ้ายังไม่เกิน 12 ชั่วโมงหลังจากลืมก็สามารถกินทันทีที่นึกได้
  • ถ้าเกิน 12 ชั่วโมงแล้ว ควรข้ามยาที่ลืมไป และกินยาเม็ดถัดไปตามเวลาปกติ

บทความนี้ตรวจสอบโดยเภสัชกร
ข้อมูลใช้เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่แทนคำแนะนำทางการแพทย์
หากสงสัยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร


บทความแนะนำ


อ้างอิง
  1. K. T. Brady, T. Pearlstein, G. M. Asnis et al., “Efficacy and safety of sertraline treatment of posttraumatic stress disorder: a randomized controlled trial,” JAMA, vol. 283, no. 14, pp. 1837–1844, 2000. doi: 10.1001/JAMA.283.14.1837
  2. G. MacQueen, L. Born, and M. Steiner, “The selective serotonin reuptake inhibitor sertraline: its profile and use in psychiatric disorders,” CNS Drug Reviews, vol. 7, no. 1, pp. 1–24, 2001. doi: 10.1111/J.1527-3458.2001.TB00188.X
  3. K. D. Wagner, P. J. Ambrosini, M. A. Rynn et al., “Efficacy of sertraline in the treatment of children and adolescents with major depressive disorder: two randomized controlled trials,” JAMA, vol. 290, no. 8, pp. 1033–1041, 2003. doi: 10.1001/JAMA.290.8.1033
  4. J. A. Bourgeois, “Review of clinical use of sertraline by family practice physicians in a small Air Force hospital,” Mil. Med., vol. 161, no. 7, pp. 425–428, 1996. doi: 10.1093/MILMED/161.7.425
  5. W. E. E. Meijer et al., “Adverse events in users of sertraline: results from an observational study in psychiatric practice in The Netherlands,” Pharmacoepidemiol. Drug Saf., vol. 11, no. 8, pp. 593–602, 2002. doi: 10.1002/PDS.752
  6. B. Warrings et al., “Correlation Between Escitalopram, Sertraline, and Fluoxetine Serum Levels and QTc Interval Prolongation in Children and Adolescents,” Ther. Drug Monit., 2025. doi: 10.1097/FTD.0000000000001379