สรุปสั้นๆ — Less-K

  • ใช้เพื่อลดโพแทสเซียมในเลือด
  • ขณะกินยานี้ควรเลี่ยงน้ำหวานที่มี Sorbitol
  • กินยานี้แล้วต้องติดตามค่าโพแทสเซียม ควรไปตรวจตามนัด
  • ผลข้างเคียงที่พบบ่อย คือ ท้องผูก
  • หากมีอาการปวดท้องรุนแรง ขับถ่ายเป็นสีดำ หรือถ่ายไม่ออกควรหยุดยาแล้วกลับไปพบแพทย์ทันที

กินยังไง? 💊

Less-K ประกอบด้วย Calcium polystyrene sulfonate 5 g

กินปริมาณตามที่แพทย์/เภสัชกรแนะนำมาอย่างเคร่งครัด

  • ปกติกินยาครั้งละ 3 ซอง (15 กรัม/ครั้ง) หรือจำนวนตามที่แพทย์/เภสัชกรแนะนำ
  • กินวันละ 1-2 รอบ หรือความถี่ตามที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ
  • ผสมยากับน้ำสะอาดประมาณ 1 แก้ว
  • คนให้ทั่วแล้วดื่ม
  • ถ้ามียาประจำตัวที่กินอยู่ควรกินให้ห่างกับยานี้อย่างน้อย 3 ชั่วโมง
  • ไม่ควรกินนมหรือยาลดกรดพร้อมยานี้

🧑‍⚕️ ปรึกษาแพทย์/เภสัชก่อนใช้ยา


คำแนะนำในการใช้ยา Less-K

# ยานี้ทำให้ท้องผูกได้ง่าย

  • ช่วงที่เริ่มกินยานี้แพทย์อาจให้ยาระบายมากินด้วย เนื่องจากยานี้อาจทำให้ท้องผูกมากขึ้น
  • แต่ไม่ควรใช้ยาระบายที่มี Sorbitol และ Magnesium เป็นองค์ประกอบ

# กินน้ำเยอะๆ

  • ขณะที่กินยานี้ควรดื่มน้ำเยอะๆ ถ้าดื่มน้ำน้อยอาจทำให้อุจจาระแข็งง่ายขึ้น

# ไม่ควรกินน้ำหวานที่มี sorbitol ช่วงที่กินยานี้

  • ไม่ควรกินน้ำหวานที่มี Sorbitol พร้อมกับยานี้ เพราะเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบทางเดินอาหาร

# มักกินยานี้ช่วงสั้นๆ เท่านั้น

  • การกินยานี้เพื่อลดระดับโพแทสเซียมในเลือดมักกินยานี้ระยะสั้นเท่านั้น มักไม่เกิน 7 วัน
  • ยกเว้นกินภายใต้คำแนะนำของแพทย์บางกรณี

# ควรหยุดยาทันทีถ้าพบกรณีดังต่อไปนี้และกลับไปพบแพทย์ทันที

  • ปวดท้องรุนแรงหลังกินยา
  • อุจจาระที่ถ่ายออกมาเป็นสีดำ (อาจเลือดออกในทางเดินอาหาร)
  • ไม่สามารถอุจจาระได้

ผลข้างเคียง

พบบ่อย:

  • ท้องผูก (พบบ่อยที่สุด)
  • ภาวะที่อุจจาระแข็งและแห้งจนเป็นก้อนขนาดใหญ่ อุดตันอยู่ในลำไส้ใหญ่ส่วนปลายหรือทวารหนัก ทำให้ไม่สามารถขับถ่ายออกมาได้ตามปกติ

ควรหยุดยา/พบแพทย์ทันที หากพบอาการเหล่านี้:

  • ผื่น หายใจลำบาก บวมหน้า/ปาก/คอ (อาการแพ้)

ใครควรระวัง/ไม่ควรใช้

ห้ามใช้ในกรณี:

  • เคยแพ้ยานี้
  • ลำไส้อุดตันหรือเพิ่งผ่าตัดลำไส้มา
  • ท้องผูกรุนแรง

⚠️ ระวังการใช้ร่วมกับยาอื่น

  • Less-K ประกอบด้วยเรซินที่สามารถจับกับโมเลกุลยาอื่นๆ ที่กินเข้าไปพร้อมกัน หรือใกล้เคียงกัน ดังนั้นโดยทั่วๆ ไปแล้วจะแนะนำให้กินห่างกับยาตัวอื่นอย่างน้อย 3 ชั่วโมง
  • ไม่ควรใช้ยานี้กับน้ำหวานที่มี Sorbitol เพราะมีรายงานผลข้างเคียงที่รุนแรง
  • ไม่ควรใช้ร่วมกับยาระบายที่มี Magnesium เป็นองค์ประกอบหรือยาน้ำลดกรด เนื่องจากทำให้ประสิทธิภาพยา Less-K ลดลง
  • ยาหลายชนิดที่ต้องมีการควบคุมระดับยาในเลือดอย่างเข้มงวด เช่น Digoxin (ยาหัวใจ) Thyroxine (ยาไทรอยด์) และ Lithium ไม่ควรใช้ร่วมกับ Less-K
  • ยานี้มีแคลเซียม(Calcium) อาจนึกถึงนม ยาที่ฤทธิ์ลดลงเมื่อกินพร้อมนมก็ไม่ควรกินพร้อมยานี้ด้วย เช่น ยาฆ่าเชื้อในกลุ่ม Fluoroquinolones ยาฆ่าเชื้อกลุ่มเตตราไซคลีน (Tetracyclines)

ใช้รักษาอะไร?

ใช้ในการรักษาภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูง:

  1. การแลกเปลี่ยนไอออน (Ion Exchange): ตัวยา CPS เป็นสารที่ไม่ละลายน้ำที่เรียกว่า เรซิน ซึ่งมีแคลเซียม (Ca2+) เกาะอยู่บนพื้นผิว

  2. การดักจับโพแทสเซียม: เมื่อยาเข้าสู่ลำไส้ มันจะปล่อยแคลเซียมออกมา และจับกับโพแทสเซียม (K+) ที่มีอยู่ในลำไส้แทน

  3. ตำแหน่งออกฤทธิ์: ยาออกฤทธิ์อยู่ในระบบทางเดินอาหาร โดยจะถูกขับถ่ายออกมาพร้อมกับอุจจาระ ทำให้โพแทสเซียมถูกกำจัดออกจากร่างกาย


บทความนี้ตรวจสอบโดยเภสัชกร
ข้อมูลใช้เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่แทนคำแนะนำทางการแพทย์
หากสงสัยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร


บทความแนะนำ


อ้างอิง
  1. A. K. Tjahjadi, H. Sutanto, and A. Tjempakasari, “The Role of Cation-Exchange Resins in Hyperkalemia Management”, doi: 10.1016/j.mjafi.2024.07.001.
  2. E. S. Sinnathamby et al., “Hyperkalemia: Pharmacotherapies and Clinical Considerations,” Cureus, Jan. 2024, doi: 10.7759/cureus.52994.
  3. R. Trigonis and T. J. Ellender, “Electrolyte emergencies,” pp. 295–302, Oct. 2023, doi: 10.1093/med/9780190082581.003.0031.
  4. L. D. Nicola, P. M. Ferraro, A. Montagnani, R. Pontremoli, F. Dentali, and G. Sesti, “Recommendations for the management of hyperkalemia in patients receiving renin-angiotensin-aldosterone system inhibitors.,” Internal and Emergency Medicine, Sept. 2023, doi: 10.1007/s11739-023-03427-0.
  5. X. Wang, D. Chen, J. Wang, and H. Zhang, “Efficacy and safety of calcium polystyrene sulfonate in patients with hyperkalemia and stage 3–5 non-dialysis chronic kidney disease: a single-center randomized controlled trial,” Journal of International Medical Research, vol. 51, no. 4, pp. 030006052311675–030006052311675, Apr. 2023, doi: 10.1177/03000605231167516.
  6. Calcium Resonium. Available at:https://www.nps.org.au/medicine-finder/calcium-resonium-powder-for-suspension (Accessed: 16 October 2025)